เรียงความเรื่อง ตำนานปืนใหญ่
พญาตานี
จังหวัดแต่ละจังหวัดของประเทศไทยในสมัยก่อนล้วนมีวัฒนธรรม ประเพณี การปกครอง ที่แตกต่างกันไป เช่นเดียวกับวัฒนธรรม ประเพณีของคนจังหวัดปัตตานีที่มีทั้งคนไทยพุทธ มุสลิม และคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งมีวัฒนธรรม ประเพณี การปกครองของแต่ละศาสนาที่แตกต่างกันมาก แต่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้
อาณาจักรปัตตานี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย
ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาสในปัจจุบัน
ไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่าอาณาจักรปัตตานีถือกำเนิดขึ้นเมื่อใด และใครเป็นผู้ก่อตั้ง
แต่เท่าที่มีการสันนิฐานไปถึงอาณาจักรลังกาสุกะซึ่งน่าจะมีอายุราวประมาณพุทธศตวรรษที่
11 เดิมอาณาจักรปัตตานีจะนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานซะส่วนใหญ่ แต่ในพุทธศตวรรษที่ 21
ได้เริ่มเปลี่ยนศาสนาเป็นศาสนาอิสลาม
และหลังจากได้เปลี่ยนศาสนาเป็นศาสนาอิสลามแล้ว
อาณาจักรปัตตานีมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก บางช่วงอาณาจักรได้แผ่ขยายไปถึงรัฐกลันตันและตรังกานู ตอนกลางของมาเลเซีย และหลังจากสิ้นสุดราชวงศ์ศรีวังสา
อาณาจักรปัตตานีก็เริ่มเสื่อมลง จนตกอยู่ในอำนาจของสยามในปี พุทธศักราช 2329
และถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสยาม
ราชวงศ์ศรีวังสา คือ ราชวงศ์ที่ปกครองอาณาจักรปัตตานีตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2000 จนถึง พ.ศ.2231

มณฑลปัตตานีในปี พ.ศ.2449-2466
ปืนใหญ่พญาตานีเป็นปืนใหญ่ที่มีขนาดใหญ่มาก
มีอายุราวประมาณ 400 ปี ปืนใหญ่พญาตานีมีความยาว 3 วา 1ศอก 1 คืบ 2 นิ้วครึ่ง
ปากกระบอกกว้าง 11 นิ้ว เป็นปืนใหญ่ที่มีการหล่อด้วยสำริด มีหูระวิง
ใช้จับทั้งสองข้าง ท้ายปืนหล่อเป็นรูปสังข์ มีการสันนิษฐานเรื่องผู้สร้างไว้ 3
พระองค์ คือ สุลต่านอิสมาเอล ชาฮ์
ราชินีฮีเยา ราชินีบีรู
และยังมีสำนวนหนึ่งที่ได้กล่าวว่า
พญาอินทรา เป็นผู้สร้าง
ปืนใหญ่เป็นภาพสะท้อนถึงความเป็นอยู่และความเจริญรุ่งเรืองของรัฐปัตตานีในอดีต
ที่เคยมีการปกครองโดยราชินี เพื่อต่อต้านการรุกรานจากอาณาจักรใหญ่ๆ ต่างๆ เช่น อาณาจักรอยุธยาเป็นต้น
ปัจจุบันพญาตานีตั้งแสดงอยู่ที่กระทรวงกลาโหม
ปัตตานี - ชาวปัตตานีแห่ชมปืนใหญ่พญาตานีจำลอง
รัฐปัตตานีได้สร้างปืนใหญ่ขึ้น
เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก และกองทัพต่างๆในสมัย ราชินีฮีเยาครองราชย์
รัฐปัตตานีเป็นศูนย์กลางการค้าอาวุธให้กับสยามและญี่ปุ่น ตำนานของของปืนใหญ่พญาตานีไม่มีหลักฐานใดยืนยันแน่นอนว่าใครเป็นผู้สร้าง
“ หนังสือสยาเราะห์เมืองตานี
ของนายหะยีหวัน หะซัน กล่าวถึงเหตุที่พญาอินทิราสร้างปืนว่า นายเรือสำเภาจีนได้นำปืนและกระสุนปืนมาถวาย
ทำให้สุลต่านเกิดความละอายต่อชาวจีนผู้นั้น เนื่องจากพระองค์มีฐานะเป็นเจ้าผู้ครองนคร
แต่หาได้มีอาวุธปืนไว้สำหรับป้องกันบ้านเมือง เหมือนนายเรือมีไว้ป้องกันตนและสำเภา
ต่อไปจะเป็นที่ดูหมิ่นแก่ชาวต่างประเทศ จึงเรียกประชุมมุขมนตรี
ให้จัดหาช่างและทองเหลืองมาหล่อปืนให้ได้ภายในระยะเวลา ๓ ปี และให้ทำประกาศห้ามพ่อค้านำทองเหลืองออกนอกเมือง
"
เอกสารชิ้นนี้กล่าวถึงผู้สร้างว่าเป็นชาวโรมัน
ต่างจากตำนานเรื่องอื่นๆ ที่อ้างว่าเป็นชาวจีน
" เมื่อได้ทองเหลืองพอเพียงแก่การหล่อแล้ว
พญาอินทิราได้ให้นายช่างชาวโรมัน ชื่ออับดุลซามัค มาเป็นผู้ทำการหล่อปืน
เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๓ ค่ำ เดือนรอมดอน ปีชวดนักษัตร ฮิจยาเราะห์ ๗๘ "
(แลหลังเมืองตานี, อนันต์ วัฒนานิกร, ๒๕๒๘)
ถึงแม้ว่าตำนานพญาตานี เป็นตำนานที่ไม่ค่อยมีหลักฐานยืนยันชัดเจนมากนัก
แต่ก็ไม่ทำให้ชาวรัฐปัตตานีหมดความศรัทธา
เพราะชาวปัตตานียังคงศรัทธาและมีความห่วงต่อโบราณวัตถุนี้เป็นอย่างมาก
ทั้งยังมีความสำคัญกับต่อชาวปัตตานีแล้ว
เรายังสามารถศึกษาความเป็นอยู่และความเจริญรุ่งเรืองของคนในอดีตที่อาจจะมีสายเลือดเดียวกับปู่
ย่า หรือ พ่อแม่ของเรา
แหล่งอ้างอิง